[Review] รีวิว Jawbone UP สายรัดข้อมืออัจฉริยะเพื่อสุขภาพ + แอพพลิเคชั่น UP

Jawbone UP เป็นสายรัดข้อมือไฮเทคเชิงสุขภาพ ที่ใช้นับจำนวนก้าวเดิน และวัดปริมาณแคลอรี่ที่ใช้ในระหว่างวัน เหมาะกับทั้งคนทั่วไปและคนที่ชอบออกกำลังกาย ใส่ได้ทั้งวันไม่อึดอัด เพราะการออกแบบที่สวยงาม ทนทาน แบตเตอรี่อยู่ได้นาน และฟังชั่นอื่นๆที่ครอบคลุมทั้งการกินการนอน และการออกกำลังกาย ประกอบกับแอพพลิเคชั่นที่ใช้ร่วมกันทำออกมาได้ดี สวยงามน่าใช้สุดๆ ก็นับว่าคุ้มค่าสำหรับเงินที่เสียไปครับ ระดับความพอใจ 8 เต็ม 10 (ไม่ได้เปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น)


กล่องใส่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ค่อนข้างพิถีพิถัน เปิดกล่องธรรมดาไม่ออก
ต้องดึงแถบที่ทำมาให้เท่านั้นครับ (แอบงงอยู่พักนึง) 

-------------------------------------------------------------------------
รับแปลเอกสารทั่วไป อังกฤษ-ไทย งานนักศึกษา บทความข่าว บทความวิชาการ หน้าละ 500 บาท พร้อมแปลงานด่วน ส่งชิ้นงานที่ต้องการให้แปลมาที่ NORTH4LOOR@GMAIL.COM
Tel. 081-3987153 / Line: north4Loor / Facebook: north4Loorshop
-------------------------------------------------------------------------

*  เพิ่มเติม Jawbone UP คืออะไร ?? Jawbone UP คือสายรัดข้อมูลที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และอุปกรณ์อีกหลายอย่างอยู่ข้างในครับ ใช้ใส่ข้อมือเพื่อจับจังหวะการเดิน โดยนับเป็นจำนวนก้าวเดินแต่ละวัน พร้อมทั้งยังวัดและแสดงข้อมูลได้ในอีกหลายรูปแบบ เช่น เวลา ระยะทาง นำมาประมวลเป็นแคลอรี่ที่ใช้ไปในแต่ละวัน (รวมถึงแคลอรี่ที่ร่างกายเผาผลาญอยู่แล้วด้วย) ใช้ประกอบกับแอพพลิเคชั่น UP ของ Jawbone เองจะมีฟังชั่นให้ใช้งานเพิ่มอีกมากมาย

* เพิ่มเติมรูปภายใน Jawbone UP ให้ดูกันครับ

จริงๆต้องบอกก่อนว่าผมไปหาข้อมูลมา ทำให้ทราบว่าสายรัด Jawbone UP ตัวนี้เป็นรุ่นที่สองแล้ว รุ่นแรกออกเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่ปัญหาเยอะมากจนต้องรีบแก้ไขกันมาใหม่แบบด่วนๆ จนรุ่นที่สองนี้ออกวางขายเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และไทยเพิ่งนำเข้ามาขายประมาณต้นเดือนนี้เองครับ โดยบริษัท W Gadget Thailand

ก่อนจะตัดสินใจซื้อเจ้า Jawbone UP ตัวนี้ก็คิดอยู่หลายสัปดาห์เหมือนกัน ถ้าต้องจ่ายในราคา 4,990 บาทแล้วจะคุ้มค่าหรือไม่ จนสรุปได้ว่าซื้อเถอะ !! ลองอ่านเหตุผลของผมประมาณนี้นะครับ
  • ข้อแรกคือผมอยากออกกำลังกายเป็นประจำ อยากเปลี่ยนนิสัยตัวเองสักที แต่ก็ทำไม่ได้สม่ำเสมอ คิดว่าสิ่งนี้จะช่วยผมได้ครับ (ราคาเหยียบห้าพันต้องกระตุ้นได้บ้างแหละ)
  • แอพพลิเคชั่นของ Jawbone UP สามารถเชื่อมข้อมูลกับแอพ MyFitnessPal ซึ่งผมใช้เป็นประจำได้ (จะพูดเรื่อง NyFitnessPal ให้ฟังทีหลังนะครับ)
  • ชอบฟังชั่นตรวจสอบการนอนหลับของ Jawbone UP (แม้ Fitbit Flex จะมีแล้วเหมือนกัน แต่ยังไม่มีขายในไทยครับ)
  • ดีไซน์สวยงาม ใส่ทำอะไรได้ทั้งวันไม่เตะตา จะไม่มีใครรู้เลยว่าสายรัดนี้ทำอะไรได้บ้าง
  • หลังจากอ่านรีวิวของ The Verge เปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น ทั้ง Nike+ Fuelband และ Fitbit Flex แล้ว Jawbone UP ได้คะแนนสูงสุด (8.2 คะแนน) เลยตัดสินใจได้ครับ (ฮา...)
  • อยากลองเทคโนโลยีใหม่ - Wearable Tech หรือ Wearable Computing อนาคตจะมีมาอีกเยอะเลยครับ โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับสุขภาพ
ทีนี้มารีวิวกันดีกว่า ผมจะแบ่งส่วนๆโดยเริ่มจากตัวสายรัดข้อมือก่อนเลยนะครับ เมื่อเปิดกล่องมาจะเจอกับสายรัด Jawbone UP ถูกหนีบอยู่ในกล่อง เมื่อเปิดช่องเล็กๆด้านล่างจะเจอคู่มือและสายชาร์จที่หัวด้านหนึ่งเอาไว้เสียบกับตัวสายรัด อีกด้านเป็นหัว USB ธรรมดาครับ

สัมผัสแรกของเจ้า Jawbone UP จะมีผิวเป็นยางสีด้านๆ มีลายนูนเส้นแทยงไปมาให้พอมีกริป สวยงามทีเดียวครับ ตรงปลายข้างหนึ่งเป็นปุ่มโลหะค่อนข้างแข็งแรง (แต่มุมแอบคมกรีดข้อมือนิดๆ) เอาไว้กดเปลี่ยนโหมด โดยมีไฟสัญลักษณ์ บอกด้วย ปลายอีกด้านเป็นหัวเสียบแบบหูฟัง 3.5 มม. มีฝาปิดโลหะแวววาว มีโลโก้ Jawbone สวยมาก ตัวฝาก็ปิดแน่นใช้ได้ (ปิดดังแก๊กเลยนะ) ตัวสายรัดจะมีแกนโลหะงอได้ เอาไว้ง้างถอด กันความชื้น กันเหงื่อ และกันน้ำได้ *เพิ่มเติม - ในหน้า FAQ ของ Jawbone UP บอกว่าไม่แนะนำให้ใส่ว่ายน้ำนะครับ (แล้วทำไมในโฆษณาถึงมีภาพใส่ว่ายน้ำด้วยล่ะครับ ฮา)

ด้านในของสายรัดจะมีรายละเอียดของสาย รุ่นที่สองนี้จะมีตัวหนังสือสองแถวแบบนี้ครับ 
(รุ่นแรกจะเป็นตัวหนังสือเรียงกันแถวเดียว) 


ทีนี้ตัวสายรัดจะมี 2 โหมด คืิอ Active ใช้ระหว่างวัน (รูปพระอาทิตย์สีเขียว) จะมีฟังชั่นการทำงานย่อยสองอันคือจับเวลาได้ (Stop Watch) เอาไว้จับเวลากิจกรรมเฉพาะที่เราอยากรู้ข้อมูลเฉพาะช่วงเวลานั้นๆ ทำได้โดยการกดปุ่มสองครั้ง ครั้งที่สองให้กดแช่ไว้ จะมีสัญลักษณ์พระอาทิตย์สีเขียวกระพริบสามที ถ้าจะหยุดการจับเวลาให้กดค้างหนึ่งที เมื่อเอาไปเสียบซิงค์กับแอพจะขึ้นว่าเป็น Stop Watch Activities และตั้งปลุกด้วยการสั่นเมื่องีบหลับสั้นๆได้ (Power Nap) ให้กดปุ่มสามครั้ง ครั้งที่สามให้กดแช่ จะมีสัญลักษณ์รูปพระจันทร์สีฟ้ากระพริบสามที พอถึงเวลาต้องตื่นสายรัดจะสั่น โดยสามารถตั้งเวลางีบและกำหนดกรอบเวลานานสุดที่จะนอนได้ (Maximun sleep time) ตัวสายรัดจะเลือกเวลาที่ดีที่สุดในการปลุกเราตื่นให้เองครับ (เลือกปลุกช่วงหลับลึก ตื่นมาจะสดชื่นกว่า ฉลาดไหมล่ะ) และให้กดค้างหนึ่งครั้งเพื่อปิดครับ


ตัวสายรัดข้อมือมีไฟสัญลักษณ์สำหรับบอกโหมดการใช้งานสองโหมด 
รูปพระอาทิตย์สีเขียวคือโหมด Active รูปพระจันทร์สีฟ้าคือโหมด Sleep 

โหมด Sleep (รูปพระจันทร์สีฟ้า) ใช้เวลานอน จะไม่มีฟังชั่นอะไรเพิ่มครับ (นอนแล้วจะทำอะไรอีก) และจากการสังเกตว่าบางวันที่ผมลืมกดให้เข้าโหมด Sleep ก่อนนอน ตัวสายรัดก็ปรับเป็นโหมด Sleep ให้เองด้วยนะ (ไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ) และบางคนบอกว่าถ้าช่วงกลางคืนเรากดโหมด Sleep แล้วแต่เคลื่อนไหวร่ายกายเยอะมาก มันก็จะปรับเป็น Active โหมดให้เองเฉยเลยเหมือนกัน เหอๆ เขาว่างั้นนะ
เวลาชาร์จเแบตเตอรี่จะมีสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์สีแดงกระพริบ และเมื่อชาร์จเต็มจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูไม่กระพริบครับ


เมื่อชาร์จด้วยสายชาร์จที่มีมาให้ในกล่อง (ต่อกับหัวชาร์จไอโฟน) จะมีสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์สีแดงกระพริบครับ ชาร์จกับคอมพิวเตอร์ธรรมดาก็ได้นะ 



ความอึดของแบตเตอรี่อยู่ได้ประมาณ 10 วัน แล้วแต่การใช้งาน ยิ่งสั่นมากครั้งแบตยิ่งหมดเร็ว (ของผมประมาณ 7-8 วัน ใช้ครบทุกฟังชั่น) ชาร์จหนึ่งครั้งใช้เวลา 80 นาทีถึงเต็ม 100% 

* เพิ่มเติม ตัวสายรัด Jawbone UP บอกว่ากันน้ำได้ในระดับหนึ่ง (Water Resistant นะครับไม่ใช่ Water Proof) กันความชื้น กันเหงื่อได้ ใส่อาบน้ำได้ ใส่ว่ายน้ำได้ (เขาโฆษณาว่าใส่ได้ 24/7 เลย) แต่ก็ระวังหน่อยก็ดีครับ มีให้เลือก 3 ขนาด สามารถลองวัดขนาดข้อมือเทียบกับสายรัดได้จากกล่องที่แขวนในร้าน และมีทั้งหมด 8 สี ให้เลือก คือ ดำ ขาว แดง เหลือง ฟ้า น้ำเงิน เขียวอ่อน เขียวเข้ม แต่ในไทยเห็นขายอยู่แค่สี ดำ น้ำเงิน นะครับ หาซื้อได้ที่ iStudio หลายๆสาขา มีที่ JayMart ด้วยนะ ราคาอย่างที่บอก 4,990 บาทครับ ^^


สรุปสั้นๆในส่วนการรีวิวเฉพาะตัวสายรัดอย่างเดียวก่อน ความเห็นส่วนตัวผมชอบครับ สวยงามแต่ไม่เตะตา ถอดใส่ง่าย ใช้ในชีวิตประจำวันได้ครอบคลุมดี แม้จะต้องเสียบซิงค์เอาเองแต่ใช้ไปสักพักจะชินครับ ไม่จำเป็นต้องถอดมาซิงค์บ่อยๆก็ได้ และอาจต้องระวังเรื่องฝาปิดหลุดหายหรือวางทิ้งไว้แล้วหายสักหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาหนักอะไร เพราะไม่ได้ใช้งานแบบบู๊มากขนาดนั้น และซิงค์ไม่นานก็เสร็จครับ

บทความต่อไปจะมารีวิว แอพพลิเคชั่น UP ที่ใช้ร่วมกับสายรัดข้อมือนี้อีกนะครับ ขอบอกว่าไฮไลท์มากๆ เพราะแอพพลิเคชั่นทำออกมาได้สวยน่าใช้มากจริงๆ * เพิ่มเติม คลิกที่นี่เพื่ออ่านต่อได้เลยครับ [Review] รีวิว Jawbone UP สายรัดข้อมืออัจฉริยะเพื่อสุขภาพ + แอพพลิเคชั่น UP (ตอนที่ 2) 

อ้างอิงข้อมูลจาก : คู่มือการใช้จาก Jawbone (ภาษาอังกฤษ)



* เพิ่มเติม - ตอนนี้ผมเขียนบล็อกเกี่ยวกับ Jawbone UP ครบทั้งสามตอนแล้วนะครับ คลิกอ่านกันได้ที่นี่

* เพิ่มเติม (7 กันยายน 2557)


ผมเลิกใช้ Jawbone UP แล้วครับ หนึ่งปีที่ใช้ผมได้อะไรบ้าง และทำไมถึงเลิกใช้ อ่านได้ที่นี่ http://www.vajjarapong.com/2014/09/update-jawbone-up.html



Popular posts from this blog

[Review] รีวิว แกะกล่อง ลองเล่น Remax CX-01 กล้องติดรถยนต์

[Review] เจาะการใช้งาน Mazda 2 Skyactiv 1.3 High Plus (รีวิวภาคสอง)

[Review] รีวิวรถ Mazda 2 Skyactiv แบบบ้านๆ