แชร์ประสบการณ์สอบ TOEIC ครั้งแรก




ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่า การสอบไม่ได้ยากเว่อร์ ถ้าได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่ยากที่วิธีการสอบที่ฟังโจทย์และต้องแบ่งสมองไปตอบคำถามด้วย ถ้าไม่มีสมาธิหรือปรับตัวไม่ทันจะแย่ได้ ส่วนในพาร์ทการอ่านจะยากเพราะทำกันไม่ทันทั้งที่จริงแล้วอ่านไม่เยอะและเป็นหัวข้อเรื่องงานและเรื่องทั่วไปมากๆ ต้องอ่านให้เร็วและรอบคอบครับ


-------------------------------------------------------------------------
รับแปลเอกสารทั่วไป อังกฤษ-ไทย งานนักศึกษา บทความข่าว บทความวิชาการ หน้าละ 500 บาท พร้อมแปลงานด่วน ส่งชิ้นงานที่ต้องการให้แปลมาที่ NORTH4LOOR@GMAIL.COM
Tel. 081-3987153 / Line: north4Loor / Facebook: north4Loorshop
-------------------------------------------------------------------------

เหตุผลที่ควรสอบ TOEIC


  • TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication ซึ่งเป็นแบบทดสอบวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานที่ใช้เป็นมาตรฐานทั่วโลก (จัดทำโดย ETS เจ้าเดียวกับที่ทำข้อสอบ TOEFL) ดังนั้นหากคุณอยากได้เรซูเมดีดีใช้สมัครงาน คะแนน TOEIC ดีดีย่อมช่วยได้ บางบริษัทก็รีไควร์คะแนน TOEIC ไม่เท่ากัน เท่าที่หาข้อมูลได้จะประมาณ 500-600 ขึ้นไปนะครับ
  • เป็นการวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้ในตัว ค่าสอบ 1,500 บาทต่อครั้ง สอบได้วันจันทร์ถึงวันเสาร์ วันละ 2 รอบ สอบวันนี้พรุ่งนี้รับผลได้เลย ผลสอบใช้ได้นาน 2 ปี นับว่าสะดวกและคุ้มค่าที่จะวัดประสิทธิภาพตัวเองบ้าง
  • นอกจากจะสมัครง่าย ขั้นตอนก่อนสอบก็ง่าย ตัวข้อสอบเองก็ง่ายกว่า TOEFL และ IELTS มาก (ง่ายกว่า TU-GET และ CU-TEP ด้วย) 

ประสบการณ์การสอบ TOEIC ของผม

หลังจากประวิงเวลาอยู่สัปดาห์นึงก็ตัดสินใจสมัครสอบ ที่ประวิงเวลาเพราะอยากซ้อมทำโจทย์ให้ชัวร์ก่อน แต่สุดท้ายได้ทำแค่ชุดเดียวเพราะขี้เกียจ —”
การสมัครก็แค่โทรไปจองล่วงหน้าวันนึง บอกรายละเอียดของเราไป มีวันที่จะสอบ เลือกรอบที่จะสอบ รอบเช้า 9 โมงถึงเที่ยง หรือรอบบ่าย บ่ายโมงถึงบ่าย 4 โมง เค้าจะถามชื่อภาษาอังกฤษ (ตามบัตร) เลขบัตรประชาชน ใช้ใบขับขี่หรือพาสปอร์ตแทนก็ได้ เบอร์โทรติดต่อ ประมาณนั้น เสร็จแล้ววันรุ่งขึ้นไปสอบได้เลย ของผมจองวันศุกร์ สอบวันอังคารที่ 13 สิงหาที่ผ่านมา เพราะวันจันทร์หยุดวันแม่ สอบที่อาคาร บีบี บิลดิ้ง ชั้น 19

เช้าวันนัดผมขับรถไปลงทางด่วนสุขุมวิท ขับผ่านสุขุมวิทซอย 1 เรื่อยไปถึงแยกอโศกเลี้ยวเข้าไปตอน 8 โมง 15 ปรากฏว่ารถติดไม่ขยับอยู่นานมาก จน 8 โมง 45 ผมตัดสินใจเอารถไปจอดที่ลานจอด MRT สุขุมวิทแล้วเดินไปที่ตึก อาคารบีบี บิลดิ้ง จะอยู่ติดกับตึกแกรมมี่ ถ้าไปจากแยกอโศกจะอยู่ฝั่งขวามือเจอตึกแกรมมี่ก่อน ผมรีบวิ่งไปที่ตึกขึ้นลิฟท์ไปชั้น 19 ตอนเก้าโมงกว่าแล้ว ต้องไปลงทะเบียนที่ออฟฟิศบริษัท CPA ที่จัดสอบก่อนอีกที่ห้อง 1907 ไปยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน ถ่ายรูป (ใช่แล้วไม่ต้องพกรูปไป เอาไปแค่บัตรประชาชน) เซ็นต์ชื่ออะไรเรียบร้อยก็จ่ายเงิน แล้วกลับมารับบัตรสอบ ก่อนย้ายไปห้องสอบเค้าจะให้ฝากของให้หมดยกเว้นกระเป๋าตังเล็กๆ โดยจะให้ใส่มือถือและกุญแจหรือโลหะอื่นๆไว้ในซองกระดาษแล้วเขียนชื่อ เอาแม็กเย็บซองใส่ตะกร้าไว้ ส่วนของอื่นๆให้วางบนชั้น เสร็จแล้วก็รีบวิ่งไปห้องสอบ

พอไปถึงหน้าห้องสอบจะมีเจ้าหน้าที่ถือที่ตรวจโลหะมาแสกนที่ตัวทั้งหน้าหลัง แล้วพาไปนั่งที่โต๊ะสอบตามหมายเลขของตัวเอง ที่โต๊ะมีดินสอ 2B และยางลบให้พร้อมไม่ต้องเอาอะไรไปเลย ตอนที่ผมเข้าไปนั่งคนอื่นก็เริ่มฝนรายละเอียดต่างๆตามที่เจ้าหน้าที่บอกแล้ว (จนท.จะยืนถือไมค์อธิบายหน้าห้องแบบช้าๆ) ผมเข้าไปช้าเลยมีเจ้าหน้าที่คนนึงมาคอยบอกให้ฝนรายละเอียดที่คนอื่นฝนไปแล้วจนครบ (ซึ่งเยอะและใช้เวลานานมาก) จะเริ่มสอบจริงก็ประมาณ 9 โมงครึ่งเห็นจะได้ ก่อนสอบก็มีการอธิบายว่าข้อสอบแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ Listening และ Reading พร้อมเปิดเทปให้ฟังเป็นตัวอย่างก่อนสอบจริง เสร็จสรรพเรียบร้อยก็ได้เริ่มสอบกัน

ข้อสอบ Listening ส่วนแรกจะมีภาพมาให้ แล้วฟังเทปเสียงว่าข้อไหนตรงกับภาพมากที่สุด (ย้ำว่าตรงมากที่สุดนะครับ) ไม่ยากเท่าไร

ส่วนที่สองเป็นการฟังประกาศหรือการบอกข่าวสารทั่วไป แล้วให้ตอบคำถามในโจทย์ อันนี้ก็ยากขึ้นมานิดนึงต้องตั้งใจฟังให้ดี

ส่วนที่สามและสี่ (ถ้าจำไม่ผิด) จะให้ฟังบทสนทนาแล้วเลือกตอบคำถาม ซึ่งค่อนข้างยาก เพราะต้องแบ่งหูไปฟังบทสนทนา แบ่งตาไปอ่านคำถามคำตอบ ไม่รู้จะเอาสมองไปโฟกัสตรงไหน แอบมึนนิดๆ แนะนำให้รีบฟังรีบกาคำตอบ แล้วเอาเวลาไปอ่านโจทย์ข้อต่อไปรอไว้ก่อนจะสบายกว่ามากครับ
จบ Listening เจ้าหน้าที่จะกลับมาอธิบายข้อสอบส่วนที่สองคือ Reading อีกนิดหน่อย แล้วจะกำหนดเวลาที่เหลือจากการทำส่วนแรกมาบอกให้รู้ว่าทำได้ถึงกี่โมงครับ

ข้อสอบ Reading ส่วนแรกจะเป็นการเติมคำในประโยค มีทั้งคำศัพท์ หรือศัพท์คำเดียวที่แปลงรูปไปมาให้เลือกใช้ให้ถูก มีทั้งศัพท์ตามเทนซ์และไวยากรณ์อื่นๆ ตรงนี้ผมใช้เซ้นส์ล้วนๆเลยบอกไม่ได้ว่ายากหรือง่ายครับ

ส่วนที่สองเป็นเติมคำในเนื้อเรื่อง (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ก็จะคล้ายๆส่วนแรก แต่มีเนื้อเรื่องให้อ่านมากขึ้น

ส่วนที่สามเป็นตอบคำถามจากเรื่องที่เอามาให้อ่าน โดยเรื่องที่ว่าก็จะเป็นจดหมายเกี่ยวกับงาน ประกาศสั้นหรือยาวก็แล้วแต่ ส่วนนี้ก็ไม่ได้ยากมาก แต่ต้องอ่านให้เข้าใจเพราะคำถามจะถามแบบไม่มีคำตอบให้เห็นตรงๆจากเนื้อหา และต้องบริหารเวลาให้ดีไม่งั้นจะทำไม่ทันครับ (บางคนพลิกมาทำส่วนนี้ก่อนเลยก็มี เป็นอีกเทคนิคในการบริหารเวลา)

ผมทำเสร็จก่อนเวลาประมาณ 10 นาที คะแนนที่ได้ไม่ขอบอกตรงๆ แต่บอกได้ว่ามากกว่า 800 ครับ ^^ โดยสรุปก็อย่างที่เขียนไปแล้วว่าถ้าคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษอยู่แล้วก็ไม่ยากจนเกินไป แค่มีสติตั้งใจฟัง มีไหวพริบในการสอบนิดหน่อย บริหารเวลาให้ดีก็น่าจะได้อย่างน้อยๆ 500-600 คะแนนแล้วครับ เชื่อผม (ฮา...)

การเตรียมตัวไปสอบ TOEIC


  • ไปหาแบบฝึกหัดข้อสอบ TOEIC มาลองทำดู หาไม่ยากครับแถมค่อนข้างแม่น เรียกว่าข้อสอบหลุดมาเลนจะดีกว่า (หาจากเว็บฝรั่งนะ) ทำแล้วรู้ว่าตัวเองทำส่วนไหนไม่ได้ก็ฝึกเพิ่มทำเพิ่ม แนะนำแบบนี้ง่ายสุดเลย ฮา...
  • โทรจองแล้ววันสอบไม่ต้องเตรียมอะไรไปเลย นอกจากเงิน 1,500 บาท (บวกอีก 50 ค่าส่งคะแนนมาที่บ้าน) และบัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ตไปยืนยันตัวตนเท่านั้นพอ เค้าเตรียมไว้ให้หมดแล้วดินสอยางลบ รูปถ่ายก็ไม่ต้อง ไปถ่ายสดๆกันที่หน้าเคาเตอร์เลย ยิ่งเอาไปมากก็ต้องฝากมาก
  • เสื้อกันหนาวสำหรับคนขี้หนาว
  • เตรียมใจไปเจอคนข้างๆ ที่อาจจะสร้างความรำคาญ เช่น ฝนคำตอบจนโต๊ะสั่นทุกครั้ง ลบแรงเว่อร์ และอื่นๆ
  • เผื่อเวลาไว้สักหน่อยถ้าขับรถไปเอง อย่าไว้ใจถนนอโศกมนตรี

อื่นๆที่ควรรู้เกี่ยวกับการสอบ TOEIC


  • คะแนนสอบแต่ละส่วนจะมีตั้งแต่ 5-495 คะแนน ดังนั้นคะแนนเต็มทั้งสองส่วนจึงเป็น 990 คะแนน 
  • ข้อสอบแต่ละรอบจะไม่ซ้ำกัน (ผมว่าสลับข้อไปมาและใส่ข้อใหม่ๆที่ไม่ซ้ำเพิ่มเข้าไปมากกว่านะ) และจะคิดคะแนนแบบแปลงคะแนนดิบออกมาอีกที ตามตารางในเว็บนี้ ส่วนที่บอกว่ามีการคิดคะแนนอิงกลุ่มนั้นผมไม่ทราบจริงๆครับ เพราะหาอ้างอิงจากเว็บที่น่าเชื่อถือไม่ได้จริงๆ ใครรู้บอกด้วยละกันนะ
  • เจ้าหน้าที่ของ CPA ที่จัดสอบทำได้ดีจริงๆ นอกจากเจ้าหน้าที่จะเยอะ อำนวยความสะดวกดีมากแล้ว ยังเคร่งครัดระเบียบวินัยเป๊ะมาก ยืนคุมสอบกันขันแข็งเต็มไปหมด แต่ก็ไม่มีการใส่อารมณ์หรือชักสีหน้าใส่เลย มืออาชีพมากๆขอชื่นชมครับ
สุดท้ายอยากฝากว่ามีคนเขียนเรื่องสอบ TOEIC อีกเยอะลองหาอ่่านดู ก่อนไปสอบหาข้อสอบมานั่งทำเยอะๆ ทำให้มั่นใจใฟ้ชัวร์ว่าจะออกมาดี ไม่ต้องกังวลกับคะแนนที่ออกมา เพราะสุดท้ายก็ได้ความรู้ที่ตัวเราไปแล้ว ตั้งใจให้้เต็มที่... รอบแรกไม่พอก็ยังไปสอบอีกได้เรื่อยๆนะครับ โชคดีทุกคน

อ้างอิง

Popular posts from this blog

[Review] เจาะการใช้งาน Mazda 2 Skyactiv 1.3 High Plus (รีวิวภาคสอง)

[Review] รีวิว แกะกล่อง ลองเล่น Remax CX-01 กล้องติดรถยนต์

[Review] รีวิวรถ Mazda 2 Skyactiv แบบบ้านๆ