เล่าให้ฟัง สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเลือกซื้อทีวีใหม่ (LG LED TV 42" Smart TV)


วันก่อนเปลี่ยนทีวีใหม่ในรอบ 8 ปี (นับรวมทั้งบ้าน) สิ่งที่ได้เรียนรู้มีดังนี้

ราคาเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทีวีเดี๋ยวนี้ถูกลงมากๆ ทีวีเครื่องล่าสุดของบ้านคือ ซัมซุง LCD 40” ซื้อเมื่อ 8 ปีที่แล้วราคาเป็นแสน เดี๋ยวนี้ LED ทีวี 40" หมื่นกลางๆก็ซื้อได้ 

เรื่องขนาดจอเราข้ามไป แล้วแต่จะเลือกกันได้เลย แต่สังเกตได้ว่าเดี๋ยวนี้เล็กสุดคือ 32 นิ้ว และเริ่มจะมีน้อยลง ต่อไป 40 หรือ 42 นิ้วคงเป็นพื้นฐาน

คุณสมบัติพื้นฐาน 3 อย่างที่เลือกดูและคิดว่าน่าจะต้องมี คือ 

รับสัญญานดิจิตอลได้ในตัว (built-in) รองรับดิจิตอลทีวีที่จะเริ่มให้บริการปีนี้ จริงๆแล้วถ้าที่บ้านติดทรูวิชั่นส์ GMMZ หรือจานอื่นๆอยู่แล้วก็ไม่ต้องมีก็ได้ แต่บ้านผมติดทรู ฝนตกทีสัญญานล่มประจำ ต้องเปลี่ยนไปใช้สายอากาศปกติ เลยมีไว้เผื่อดีกว่า ไม่งั้นต้องซื้อกล่องแปลงสัญญานเพิ่ม



Smart TV เชื่อมต่อกับอุปกรณ์พกพาต่างๆได้ เล่นอินเตอร์เน็ตได้ด้วยไวไฟ (บางรุ่นต้องต่อสายแลน ซึ่งคงไม่มีใครซื้อใช่ไหม —“) ก็แตกต่างกันไปตามแต่ละยี่ห้อ ของผมที่ซื้อเป็นทีวี LG มีระบบ SmartShare เชื่อมกับเครื่องที่ใช้วินโดวส์เท่านั้น และมีแอพ Youtube ที่เชื่อมกับแอพในมือถือในไอโฟนได้ด้วย (คิดว่าน่าจะได้กับทุกระบบบนมือถือนะ)

และระบบการแสดงภาพแบบสามมิติ (3d- พร้อมแว่นสำหรับดู) อันนี้ไม่ได้ลองเพราะเครื่องที่ซื้อมาไม่มี ฮ่าๆ แต่คนขายอธิบายว่าระบบ 3d มีสองแบบคือ active กับ passive ซึ่ง LG เป็นแบบหลัง และจะดีกว่าคือไม่ปวดหัวเวลาดู และตัวแว่นไม่ต้องมีแบตเตอรี่ 

ต่อมาคือช่องสำหรับการเชื่อมต่อสำคัญๆ 3 แบบ คือ HDMI, USB, และ Component (ช่องอื่นก็แล้วแต่คนใช้เพิ่มนะ) HDMI เดี๋ยวนี้ไว้ต่อกับทุกอย่าง เลยอัดมาเยอะๆเลย 3 รู USB คนขายบอกว่า LG กะ ซัมซุงจะมีมาให้เยอะเพราะเอาไว้ต่อคีย์บอร์ดกับเม้าส์ได้ด้วย (โซนี่ต่อคีย์บอร์ดกับเม้าส์ไม่ได้ คนขายว่างั้น)

สุดท้ายที่คิดว่าสำคัญคือความละเอียดของการแสดงผลหน้าจอ ตอนนี้ควรจะเป็น 1920 x 1080p (คนขายชอบพูดว่าสองล้านอ่านะ) จัดไปให้สุด ไม่ควรน้อยกว่านี้จะได้ไม่ตกรุ่นเร็ว

อื่นๆที่เหลือ เช่น ดีไซน์ วัสดุตัวเครื่อง จอ เทคโนโลยีอื่นๆ ก็คงแล้วแต่คนชอบนะ แล้วถ้าอยากได้ความเป็น Smart TV โดยสมบูรณ์คงต้องศึกษาเยอะๆหน่อยว่ามีอะไรให้เล่นบ้าง เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อะไรได้บ้าง แบบว่าเวียนหัวมาก เราเลยคิดว่าเอาแค่เล่นเน็ต ดู youtube ได้พอละ 

ปล. เราเลือก LG LED 42” เพราะคนขายบอกคนเล่นเยอะ บริการหลังการขายดี มีพอร์ตเยอะมาก เสียง่ายหรือไม่เค้าบอกว่าไม่ (แต่เราว่าแล้วแต่ดวง เหอๆ ถ้าอยากได้ชัวร์ควรเลือกโซนี่หรือพานาฯ) มีประกันให้ 1 ปี ซื้อประกันจากพาวเวอร์บายเพิ่มอีก 2 ปี ด้วยราคา 8.5% ของราคาเครื่อง ก็คิดว่าปลอดภัยระดับนึงแล้วล่ะ

Popular posts from this blog

[Review] รีวิว แกะกล่อง ลองเล่น Remax CX-01 กล้องติดรถยนต์

[Review] รีวิวรถ Mazda 2 Skyactiv แบบบ้านๆ

[Review] เจาะการใช้งาน Mazda 2 Skyactiv 1.3 High Plus (รีวิวภาคสอง)